Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

 

 

 

 

 

 

 

Lucky number for a week ประจำวันที่ 8-14 ต.ค.55 มาแล้วนะคะ ตัวเลขดีดีที่เอาไว้ช่วยตัดสินใจ 🙂


พยายามหาคำตอบว่า…ทำไมคนเราถึงยอมเจ็บปวดให้กับ”ความรู้สึกรัก”ที่ไม่สมหวัง…บางคนถึงกับทำร้ายตัวเอง บางคนมองตัวเองอย่างไร้คุณค่า บางคนทุ่มเททุกอย่างเพื่อหวังจะให้ได้ซึ่งความรักมาแม้ต้องทำร้ายใครๆก็ตาม และบางคนถึงกับยอมจบชีวิตเพียงเพื่อหวังว่าจะสามารถทำให้ใครบางคนเข้าใจในความรัก ในบางทีก็คิดว่า…คำตอบแบบตรรกกะั ก็ไม่สามารถคำนวณออกมาเป็นสมการได้หรอก เพราะ”ความรัก”มีกระบวนการของการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง ตราบใดที่เรายังไม่ให้ความสำคัญกับวิชา”ความรัก”ตั้งแต่ระดับพื้นฐานแล้วล่ะก็ การหาคำตอบในเรื่องนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับ ถามว่า ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน…

มีความคิดหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวอยู่บ่อยครั้ง…ยามที่เราอยู่ในภาวะที่ต้องเข้าไปมีส่วนแก้ปัญหา เยียวยา รักษาหัวใจให้กับคนมากหน้าหลายตานั้น ผู้เขียนอยากให้โลกนี้ ประเทศนี้มีการเรียน การสอน ในวิชา “ความรัก” และแน่นอนจะมีคำถามตอบกลับมาทุกทีว่า…แล้วใครล่ะที่จะเป็นผู้สอน ?? จริงสินะใครกัน แต่จะอย่างไรก็ตามเมื่อเราต้องมาทำงานด้านนี้ด้วยปัจจัยอันสำคัญยิ่งคือ…ใจรัก สิ่งหนึ่งที่คิดอยู่เสมอคือ…ตัวฉันไม่ใช่กูรูนะ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ฉันคือ นักถอดรหัสความรัก และแน่นอนรหัส คลื่นความถี่ ของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน และที่ยิ่งกว่าแน่นอนคือ…การที่เราต้องมายืนอยู่ตรงนี้ “ความรัก” ของตัวเองเราต้องจัดการได้

คำว่าจัดการได้ไม่ใช่ ชีวิตรักนี้ต้องมีความสุขสถานเดียว แต่เราควรที่จะมีทักษะ มีจิตวิญญาณ มีปัญญาในการจัดระบบของ “ความรัก”ของตัวเองก่อน จะทุกข์จะสุข การเรียนรู้เพื่อพัฒนาสุขภาพจิต พัฒนาโครงสร้างทางความคิด พัฒนาซึ่งปัจจัยแวดล้อมของ “ความรัก” เพื่อการ “รู้ตื่น” อยู่เสมอ อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ความไม่ประมาทจึงเป็นหนทางแห่งสติ พลังงานแห่งการเรียนรู้ทั้งหมดนี้ จะถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างละมุนละม่อม เพื่อนำไปแก้ไขด้วยหนทางแห่งปัญญาส่งต่อแบ่งปันออกไปเรื่อยๆ

เพจ Happiness of love https://www.facebook.com/Healingtarot?ref=ts&fref=ts  คุยเรื่องความรักกับ อ. ปานชีวา จึงเป็นอีกมุมหนึ่งเล็กๆสำหรับการแลกเปลี่ยนซึ่งการเรียนรู้เรื่องของ “ความรัก” เป็นวงสังคมเสวนาในเรื่องปัจจัยพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ ก็เพราะ ความรัก เป็นรากฐานแห่งความสำเร็จในทุกสิ่ง เมื่อเรามีความรัก มีแรงบันดาลแห่งความรัก มีความต้องการที่จะก้าวข้ามผ่านช่วงที่ยากที่สุดของชีวิต มุมหนึ่งที่เป็นที่พักผ่อน เพื่อผ่อนคลาย เพื่อสาระการเรียนรู้ ซึ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะ พวกเราทุกคน…มีหัวใจเพื่อที่จะรักให้ได้อย่างสมดุล…รักด้วยหัวใจทั้งต่อตัวเอง คนที่เรารัก คนที่รักเรา สังคม และความรักให้กับมนุษยชาติ เข้ามาร่วมเรียนรู้ด้วยกันนะคะ 🙂

ที่เพจนี้ค่ะ…Happiness of love คุยเรื่องความรักกับอาจารย์ปานชีวา https://www.facebook.com/Healingtarot?ref=ts&fref=ts แล้วคุณจะได้รับคำตอบ…ที่คุณอาจมองข้ามไปก็เป็นได้นะ 🙂


พลังแห่งธาตุทั้งสี่ กับการบริหารจัดการชีวิตของแต่ละราศีในปี 2555

พอดีว่าทำงานจนเพลิน…จนลืมนำบทความเรื่องนี้มาให้อ่านกันเลย น่าเสียดายจริงๆนี่ก็ผ่านมาครึ่งปีกว่าไปแล้วหวังว่ายังคงเป็นประโยชน์ได้บ้าง สำหรับท่านที่สนใจนะคะ ยังไงก็ลองอ่านดู…เผื่อว่าอาจจะมีส่วนไหนที่คลิ๊กพอดีกับเหตุการณ์ สภาวะ ความรู้สึกในช่วงนี้ บางที…ตัวอักษรจากบทความเพียงน้อยนิดก็เป็นกญแจไขปริศนาให้เราได้นะ

ราศีมังกร 16 ม.ค.-15 ก.พ. ธาตุเดิมแท้ของราศีมังกรคือธาตุดิน ในปีนี้ธาตุที่สถิตอยู่เป็นธาตุน้ำ จึงยังประโยชน์แก่กันได้ดี ปีนี้ชาวราศีมังกรค่อนข้างมีอารมณ์ที่อ่อนไหวง่าย มีสัมผัสที่6 ดีเยี่ยมเลย และก็เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีเกณฑ์คิดทำอะไรใหม่ๆ มีโปรเจคที่เตรียมไว้เพียบ ปีนี้จึงเป็นปีแห่งการแสดงความสามารถในเชิงบุ๋น ใช้ไหวพริบ สติปัญญาและปฏิภาณที่มาจากความคิดสร้างสรรค์เป็นสำคัญ โชคเข้าข้างตรงที่ดินกับน้ำเป็นธาตุที่เสริมกัน จึงทำให้หลายอย่างดำเนินไปแบบช้าๆแต่มั่นคง เมื่อถึงคราวที่ต้องเพรี่ยงพร้ำก็มักได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ ด้วยเพราะเราวางรากฐานไว้ค่อนข้างดีแล้วด้วยล่ะ สติมาปัญญาจึงเกิด

วิธีปรับธาตุให้เกิดความสมดุล ปีนี้ควรเพิ่มพลังหยางให้แก่ตัวเอง โดยการออกกำลังกายประเภทเคลื่อนไหวว่องไว ทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ดื่มนม ทานแต่พอสมควรเพราะปีนี้อ้วนง่ายกว่าที่คิดอย่าชะล่าใจ ที่สำคัญอย่าลืมวางแผนการไปพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์

ราศีกุมภ์ 16 กพ.-15มี.ค. ธาตุเดิมแท้ของราศีกุมภ์คือธาตุลม ในปีนี้ธาตุที่สถิตอยู่เป็นธาตุลมเช่นกันอารมณ์จึงค่อนข้างแปรปรวนอยู่สักหน่อย ปีนี้มีเกณฑ์โยกย้าย ไม่อยู่กับที่ เดินทางบ่อยครั้ง ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุแบบไม่ทันตั้งตัวปีนี้จึงควรสวดมนต์ไหว้พระเป็นนิจ มีสติอยู่เสมอ การปล่อยตัวปล่อยใจไร้แก่นสานมากเกินไปอาจทำให้เรายิ่งทุกข์และเหนื่อยล้าได้เพราะขาดการสนใจคนรอบข้างจึงทำให้อาจเสียใจภายหลังได้นะ

วิธีปรับธาตุให้เกิดความสมดุล ควรสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองโดยการค้นหาให้เจอว่าอะไรคือสิ่งที่ชีวิตนี้หากไม่ได้ทำแล้วจะเสียใจไปตลอดชีวิต ในขณะเดียวกันก็ดูแลทั้งสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ ดื่มน้ำเป็นนิจเพราะปีนี้มีอาการร้อนในได้ง่ายและมีกรดในกระเพราะมากจนดูอึดอัดทานผักผลไม้จะดีอย่างยิ่ง

ราศีมีน 16 มี.ค.-15เม.ย. ธาตุเดิมแท้ของราศีมีนคือธาตุน้ำ ในปีนี้ธาตุที่สถิตอยู่เป็นธาตุลม ปีนี้สิ่งที่ควรระวังคือการพลิกผันของความรักแบบปัจจุบันทันด่วน การเปลี่ยนแปลงในด้านความรู้สึกแบบไม่ทันตั้งตัวอารมณ์จึงค่อนข้างแรงเมื่อมีสิ่งตกกระทบเนื่องเพราะความกลัวในสิ่งที่เคยเป็นความทุกข์และยังหลุดออกจากวังวนนั้นไม่ได้ความทุกข์ ความผิดหวังในครั้งก่อนจึงย้อนมาทำร้ายใจแต่ก็นั่นแหละประสบการณ์ทำให้ลุกขึ้นได้อีก

วิธีปรับธาตุให้เกิดความสมดุล  ควรมีงานอดิเรกเช่นการปลูกต้นไม้ ดูแลรักษาสิ่งที่ต้องให้เวลาและฝึกสมาธิ ฝึกความอดทน และเรียนรู้ความรู้สึกดีๆเมื่อได้เกิดสิ่งใหม่ๆจากการเฝ้าดูแลของตนเองทำให้เห็นคุณค่าในตัวเองในขณะที่ก็ไม่ลืมที่จะใส่ใจคนรอบตัวอยู่อย่างสม่ำเสมอในแบบที่พอดีพอดี

ราศีเมษ 16 เมย.-15 พ.ค.  ธาตุเดิมแท้ของชาวราศีเมษคือธาตุไฟในปีนี้ธาตุที่สถิตอยู่เป็นธาตุไฟเช่นกัน จึงไม่ต้องแปลกใจหากจะเห็นชาวราศีเมษไฟแรงมากๆทำอะไรแบบพุ่งเข้าชน พุ่งเข้าใส่กันเลยทีเดียวจนบางทีอาจหลงลืมความรู้สึก ลืมดูแลคนใกล้ตัวได้ และผิดพลาดเพราะคำพูดในแบบที่ไม่ได้ตั้งใจแต่เกิดขึ้นเพราะความเหนื่อยและคิดว่าไม่มีใครเข้าใจมากกว่า ทั้งๆที่ในความเป็นจริงอาจเป็นเพราะทำงานจนลืมช่วงเวลาดีดีไปแล้วนั่นเอง ที่สำคัญระมัดระวังโรคทางลำไส้ การขับถ่ายไม่ปรกติด้วยนะคะ

วิธีปรับธาตุให้เกิดความสมดุล ควรหาเวลาพักผ่อนบ้าง ออกกำลังกายแบบช้าๆแต่มั่นเช่น โยคะ ว่ายน้ำ การเดินในสวนสาธารณะอากาศถ่ายเท  ดื่มน้ำเยอะๆ 8-10 แก้วต่อวัน แต่ช่วงหลัง 6 โมงเย็นควรดื่มแต่น้อย ดื่มน้ำสมุนไพรประเภทแก้ร้อนในพวก เก็กฮวย หล่อฮั่งก้วย ใบบัวบก จะทำให้อารมณ์สดใสสม่ำเสมอไม่เหนื่อยง่าย

ราศีพฤษพ 16 พ.ค.- 15 มิ.ย. ธาตุเดิมแท้ของราศีพฤษพคือธาตุดินปีนี้ธาตุที่สถิตอยู่เป็นธาตุไฟ  ปีนี้จึงเป็นปีแห่งหน้าที่การงานที่ดี มีโอกาสเป็นเจ้าของธุรกิจ เจ้าของกิจการ แต่ต้องผ่านความเหนื่อยยากพอสมควรเลย ปัญหาจึงเกิดกับสุขภาพได้ งานจะดีได้ต้องแสดงผลงานให้มากแรกๆอาจได้กล่อง ต่อมามูลค่าถึงจะเพิ่มขึ้นและต่อยอดได้อย่างสวยงาม มีคนมองเห็นในความสามารถและฝีมือจนน่าภาคภูมิใจ

วิธีปรับธาตุให้เกิดความสมดุล ควรออกกำลังกายเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้ออย่างห้ามที่จะปฏิเสธ งดรับประทานอาหารที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เพราะปีนี้ปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อเข้ามามีบทบาททำให้เกิดปัญหากับงานได้ เป็นโรคที่ทำให้เรารำคาญควรทานอาหารประเภทเสริมมวลกล้ามเนื้อและแคลเซียม  เชื่น เนื้อ นม ไข่ เมล็ดอัลมอนด์ ปลาตัวเล็กๆดังนั้นปีนี้อยู่ในความควบคุมของกรมสุขภาพเสียดีดี

ราศีเมถุน 16 มิ.ย.-15 ก.ค. ธาตุเดิมแท้ของราศีเมถนคือธาตุลมปีนี้ธาตุที่สถิตอยู่เป็นธาตุไฟ ชาวราศีนี้มีเกณฑ์ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง มีแรงผลักดันมหาศาลเพื่อให้ได้รับผิดชอบชิ้นงานที่ใหญ่ขึ้น โอกาสแห่งการเป็นเจ้าของกิจการที่สามารถจะประสบความสำเร็จได้ก็อยู่แค่เอื้อม แน่นอนต้องเหนื่อยและใช้ความพยายามในเนื้องานสูงแต่ชะตาพาไปให้เราทำได้ รับได้กับทุกอุปสรรค ผลงานที่ปรากฏย่อมคุ้มค่าเกินกว่าที่คาดคิดแน่นอน ติดอยู่ตรงที่อย่าใจร้อนและใช้อารมณ์ร่วมกับการมีอัตตายึดมั่นถือมั่นจนเกินไปนั่นเอง มีคนคอยให้ความช่วยเหลือสนับสนุน

วิธีปรับธาตุให้เกิดความสมดุล คงต้องเพิ่มปริมาณและความถี่ในการทานผัก ผลไม้ หมั่นสวดมนต์ทำสมาธิ และมองโลกให้เป็นบวก ปีนี้ควรหาเวลาไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไหว้พระธาตุประจำวันเกิด และเรียนรู้ที่จะเอาใจเขามาใส่ใจเรา มองดูให้เห็นความรู้สึกและยอมรับความคิดของคนรอบข้างบ้าง แล้วคุณจะได้ประโยชน์มากมายจากสิ่งที่เคยหลงลืมไปอย่างคาดไม่ถึงเลย

ราศีกรกฏ 16 ก.ค.- 15 ส.ค.  ธาตุเดิมแท้ของราศีกรกฏคือธาตุน้ำปีนี้ธาตุที่สถิตอยู่เป็นธาตุน้ำเช่นกัน เสียแต่ว่าเป็นน้ำเสียที่ขุ่นมัว ในปีนี้ชาวราศีกรกฎจึงค่อนไปทางคิดมาก ขี้น้อยใจ หวาดระแวงและวิตกกังวล ปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์ในหลายๆด้านจึงเกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก เพราะชาวราศีนี้เปิดประตูรับความกดดันให้เข้ามาง่ายเกินไปนั่นเอง สิ่งใดที่เคยพลาดพลั้งก็กลับไปแก้ไชตรงจุดที่แก้ได้และวางลงตรงจุดที่เกินเยียวยา กลับมาดูแลรักษาใจจากภายในกันดีกว่า เพื่อชีวิตที่สดใสขึ้นได้แน่นอน

วิธีปรับธาตุให้เกิดความสมดุล ปีนี้หากทำได้ก็ไม่ควรไปร่วมงานที่อัปมงคลหลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียวและวางความรู้สึกที่ไม่เห็นคุณค่าในตัวเองลง ควรเพิ่มพลังงานหยางโดยออกกำลังกาย ทำกิจกรรมเข้าจังหวะ ออกมาถูกแสงแดดช่วงก่อน 9 โมงเช้า และหลัง 5 โมงเย็น ทานอาหารรสจัดนิดๆดื่มน้ำขิง ชาร้อน และทานอาหารสมุนไพรประเภทผัดกระเพราะ ผัดขิง

 

ราศีสิงห์ 16 ส.ค.-15 ก.ย. ธาตุเดิมแท้ของราศีสิงห์คือธาตุไฟปีนี้ธาตุที่สถิตอยู่เป็นธาตุลม ชาวราศีสิงห์ปีนี้มีเกณฑ์ตัดสินใจกับเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญหลายเรื่อง ค่อนข้างต้องศึกษาหาความรู้และมีความรอบคอบเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะต้องตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งสำคัญหลายหลายเรื่องราวเลย มีเกณฑ์ตรวจเช็คสุขภาพอยู่เนืองๆ ปีนี้จึงแทบไม่มีเวลาที่จะดูแลตัวเอง ความหวานหายไปจากความรู้สึกสักพักหนึ่งเลยล่ะ

วิธีปรับธาตุให้เกิดความสมดุล  ควรจัดห้องใหม่โดยเฉพาะห้องนอนเพื่อเสริมรักและห้องรับแขกเพื่อเสริมสร้างมิตรภาพและความสัมพันธ์ ควรทานอาหารหวานๆบ้างอย่ากลัวอ้วนจนละเลยความชอบความอยากของตัวเอง ทานแต่น้อยก็ไร้ปัญหา ทำอะไรที่เคร่งครัดมากไปทำให้เครียดและขาดซึ่งอารมณ์แจ่มใสได้นะเออที่สำคัญผัก ผลไม้จำเป็นมากเลย

ราศีกันย์ 16 ก.ย.-15 ต.ค. ธาตุเดิมแท้ของราศีกันย์คือธาตุดินปีนี้ธาตุที่สถิตเป็นธาตุน้ำ ในปีนี้ชาวราศีกันย์จะมีจินตนาการที่แสนบรรเจิด มีความคิดสร้างสรรค์และได้รับโอกาสให้ได้แสดงผลงาน แม้ปีนี้จะได้โอกาสในแบบเบื้องหลังแต่ก็เป็นการก้าวที่สำคัญเสริมสร้างแรงบันดาลใจในภายภาคหน้าได้อย่างน่าชื่นชม ติดอยู่ที่อารมณ์จะติสท์อยู่สักหน่อยทำให้ฉุนเฉียวได้ง่าย และเสี่ยงต่อการเป็นโรคเครียดได้

วิธีปรับธาตุให้เกิดความสมดุล ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแสดงผลงานที่อยู่ในความคิดคือขีดๆเขียนๆ ทำอะไรก็ได้ที่เราคิดว่าทำแล้วสบายใจดุหนัง ฟังเพลง วาดรูป ปักโครเชเพราะเป็นปีแห่งการแสดงออกซึ่งความรู้สึกภายใน ทานอาหารที่ให้ความร้อนเสริมสร้างกระบวนการเผาผลาญที่ดีเช่นอาหารที่มีใบกระเพราะ โหราพา ขิง ข่า ตะไคร้  และถูกแสงแดดอ่อน สูดอากาศบริสุทธ์สม่ำเสมอ

ราศีตุลล์ 16 ต.ค.-15 พ.ย. ธาตุเดิมแท้ของราศีตุลล์คือธาตุลมปีนี้ธาตุที่สถิตอยู่เป็นธาตุไฟ ปีนี้ชาวราศีตุลล์ค่อนข้างเครียดกับภาวะกดดันจากหลายทาง หลายฝ่าย ต้องอยู่ภายใต้ความต้องการของกลุ่มคนทำให้บางครั้งกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์และทำร้ายคนรอบข้างด้วยคำพูดได้ไม่ยากเลย  แต่ในเรื่องของการได้แสดงความสามารถไม่เป็นรองใครเลยนะ ดังนั้นก้สู้ๆไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ ความพยายามอยู่ที่ไหนประสบการณ์ก็อยู่ที่นั่นไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข

วิธีปรับธาตุให้เกิดความสมดุล ปีนี้ดื่มน้ำสะอาดอยู่เป็นนิจ ออกกำลังกายประเภทว่ายน้ำ โยคะ สวดมนต์ไหว้พระเสริมสร้างพลังงานดีดีให้กับตัวเอง สิ่งดีดีย่อมเผื่อแผ่ไปสู่คนรอบข้างได้ไม่ยากเลย  ทานผักผลไม้ พักผ่อนให้เพียงพอ สิ่งแวดล้อมอาจกดดันเราได้ แต่เราต้องไม่กดดันตัวเองทำเพราะใจรักและรักที่จะทำมีชัยไปกว่าครึ่ง

ราศีพิจิก 16 พ.ย. – 15 ธ.ค.  ธาตุเดิมแท้ของราศีพิจิกคือธาตุน้ำปีนี้ธาตุที่สถิตอยู่เป็นธาตุไฟแต่เป็นไฟอ่อนๆในยามรุ่งอรุณ ปีนี้จึงเป็นปีที่โดดเด่นและได้เริ่มต้นกับผลงานที่ยินดีนำเสนอผลก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่ใช่น้อยเลย แม้ว่าจะมีการเปรียบเทียบและถูกมองในแง่ร้าย เอาชนะคะคานอยู่บ้าง ก็โปรดทำใจให้เยือกเย็นและมีสติเข้าไว้ ศรัทธาและความมุ่งมั่นจะนำมาซึ่งความสำเร็จได้อย่างน่าประทับใจ มองโลกให้บวกอย่างมีสติชีวิตย่อมแจ่มใส

วิธีปรับธาตุให้เกิดความสมดุล หากคิดจะลดน้ำหนักปีนี้เป็นปีที่จะทำให้ฝันเป็นจริงได้เพราะเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจจริงๆ ควรเปิดไฟหน้าบ้านทิ้งไว้ตลอดทั้งปีเพื่อเพิ่มแสงแห่งความหวัง และทานอาหารประเภทเนื้อปลา ผักผลไม้ วิตามินรวม เปลี่ยนสไตล์ทรงผมและการแต่งตัวบ้างลุคใหม่ไฉไลกว่าเดิมแน่นอน

ราศีธนู 16 ธ.ค.-15ม.ค. ธาตุเดิมแท้ของราศีธนูคือธาตุไฟปีนี้ธาตุที่สถิตเป็นธาตุลมและเป็นลมที่ค่อนข้างแรงจริงๆดังนั้นปีนี้ชาวราศีธนูระวังการมีปัญหากับ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง จากอารมณ์หุนหันพลันแล่นของตัวเอง มีเกณฑ์ต้องเปลี่ยนงาน เปลี่ยนที่อยู่อาศัย ระมัดระวังอุบัติเหตุจากรถรา และระบบไฟฟ้าในบ้านเป็นสำคัญ ทำอะไรเพิ่มความรอบอบอีกเป็นเท่าตัว ไม่ควรฟังอะไรแบบไม่ได้ศัพท์เพราะมีเกณฑ์เข้าใจผิดจากความผิดพลาดในการตัดสินใจของตัวเอง ดูแลข้าวของเครื่องใช้ให้ดีอยู่เสมอ ตรวจเช็คอย่าให้พร่อง

วิธีปรับธาตุให้เกิดความสมดุล  ปีนี้ควรสวดมนต์ไหว้พระ ทำสมาธิ ทำบุญทำทานอยู่เป็นนิจเลยอย่าให้พร่อง ไม่ควรพูดอะไรแบบไม่ทันคิด ฟังให้เข้าใจก่อนโต้ตอบ ออกกำลังกายประเภทโยคะ ไหว้น้ำ กอล์ฟ เทนนิส ทานอาหารประเภทเสริมมวลกล้ามเนื้อและกระดูกอยู่เสมอ ใส่ใจสุขภาพแต่ลดการใส่ใจเรื่องของคนอื่น ไม่ควรยื่นมือเข้าไปยุ่งกับเรื่องต่างๆเพราะแรงยุ เพราะนั่นจะทำให้คุณสูญเสียมิตรภาพดีดีไปอย่างคาดไม่ถึงเลยล่ะ


                                    สำหรับฉัน…วันแม่ของทุกๆปี กลายเป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่ง ทำไมน่ะเหรอ ? ก็เพราะว่าในทุกๆวันฉันได้ทำหน้าที่แห่งบทบาทที่ได้รับนี้ ทั้งการเป็น”ลูก”และเป็น”แม่” ในชีวิตจริงอย่างเต็มความสามารถฉันเชื่อเสมอว่า ลูกคือผู้สืบทอดสันดานจากบรรพบุรุษ และแน่นอนกว่าครึ่งหนึ่งแห่งจิตใต้สำนึกของฉันย่อมถูกถ่ายเทจากมารดาและถูกถ่ายทอดส่งต่อไปยังบุตรีอันเป็นดั่งหัวใจของฉันไปโดยปริยาย ดังนั้นไม่ว่าฉันจะทำอะไร คิดอย่างไร แสดงการกระทำแบบไหน ในจิตภายในของฉันย่อมตระหนักเสมอถึงผลพวงที่ลูกจะเป็นผู้สืบทอดในกาลต่อไปในอนาคต

และแน่นอน…ความภาคภูมิใจในการรับบทบาทของคนเป็นลูกเช่นที่ฉันได้กระทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเป็นความรู้สึกดีดีที่ทำให้ฉันเชื่อมั่นและศรัทธาในความดีดั่งคำแม่สอนเสมอมา สิ่งนี้เป็นกำลังใจใหญ่หลวงทำให้ฉันได้มีโอกาสบ่มเพาะต้นกล้าเด็กน้อยทั้งภายในตัวฉันและเด็กน้อยที่สืบทอดสันดานของตัวตนของฉัน จึงเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สำคัญยิ่งเมื่อฉันได้รับคำชมเสมอมา…จากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ของลูกสาวคนดี ถึงความประพฤติที่อ่อนช้อย กล้าแสดงออก เชื่อมั่นในตัวเอง และอ่อนโยนสมวัย รวมทั้งการที่เธอได้เป็นที่รักของเพื่อนๆ

ฉันไม่ได้พร่ำสอนอะไรให้แก่เด็กน้อยมากมายไปกว่า…การที่ฉันทำให้เธอเห็นเป็นแบบอย่าง ไม่ได้บอกว่าหลงตัวเองว่าดี…เพียงแต่เชื่อในจิตภายในของตัวเอง และมั่นใจว่า…เราแม่ลูกเชื่อในคุณค่าของมนุษย์แห่งกันและกัน พวกเราบอกรัก โอบกอด แสดงความเอื้ออาทรต่อกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ความรักที่งดงามอยู่ในทุกอณูของความเป็นแม่ ผูกพันลึกซึ้งสู่ความเป็นลูก วันนี้จึงเป็นเพียงวันธรรมดาที่ได้เขียนถึงเรา…แม่ลูก และ…ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม รูปของบทความนี้จึงเป็นรูปของฉัน…ก็เพราะว่า…นั่นมีทั้งเค้าโครงของผู้เป็นแม่และโครงสร้างที่เป็นลูกอยู่ในหนึ่งเดียว…ก็เท่านั้นเองค่ะ “บอกรักแม่ด้วยหัวใจทุกวัน”วันไหนๆก็เป็นวันแม่เสมอเลย…:)


10-11 สิงหาคม 2012 มหกรรมดูดวงครั้งยิ่งใหญ่ ที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ นำทีมโดย อ.คฑา ชิณบัญชร อ.หนุ่ม หมอดูเทวดา อ. แพท ลูกแก้วเทพเจ้าอัยคุปต์ อ.ปานชีวา Ms.Angel Healing Tarot  อ.มดดำ อักษรรูน อ.อ้าย อัญมณีกายทิพย์ แชมป์และรองแชมป์ จากศึกชิงเจ้าหมอดูซีซั่นสอง ร่วมด้วยนักพยากรณ์ชั้นนำทั่วฟ้าเมืองไทย  นำทีมโดยคุณ ริว จิตสัมผัส ที่จะมา Talk Show ในเรื่อง “แม่” กับการขอขมาและอโหสิกรรมในบาปที่เคยก่อกับท่านทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ อ.วังค์ พลังจิต และนักพยากรณ์ศาสตร์แปลกที่หาดูได้ยากอาทิ อ.กามล ศาสตร์แห่งคริสตัล และวูดูพยากรณ์ อ. ภัทรมนต์ ศาสตร์หินธิเบต   เชิญมาพิสูจน์ความแม่น พร้อมกับได้รับสิ่งดีดีกลับไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตค่ะ

                                วันที่ 10 สิงหาคม 2555  ในเวลา 16.00-17.00 น. อ.ปานชีวา ทิตาวีร์ จะขึ้น Talk show ในเรื่อง “ถอดรหัสแง่งามของความรัก”  เรามาร่วมกันถอดรหัสในความรักแห่งตัวตน เพื่อไขปัญหาที่แอบซ่อนอยู่ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมกับเรียนรู้ที่จะแก้ไขอันจะยังประโยชน์ให้ก่อกำเนิดขึ้นเพื่อความรักที่สดใสทั้งในปัจจุบัีน และเจริญงอกงามสู้อนาคต … พร้อมกันนั้น อ.ปานชีวา จะพาทุกคนร่วมพูดคุย ถึงการถอดรหัสความรักของน้องไอซ์ A’Lure Hot Girl นักแสดงนำของเรื่อง Art Idol อย่าลืมมาให้กำลังใจกันนะคะ 🙂

ในงานมหกรรม ยังมีนิทรรศการ งานออกร้าน ของศาสตร์การทำนายมากมายหลากหลายรูปแบบ พร้อมพบกับสินค้าที่น่าสนใจให้เลือกซื้อหาสะสมอย่าจุใจ พลาดไม่ได้กันเลยทีเดียวค่ะ 🙂


                                  นานมาแล้ว…หลากหลายเหตุผลที่ก่อกำเนิดเป็นดวงดาวบนฟากฟ้า ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวไว้ว่า ดวงดาวเกิดจาก กลุ่มก๊าซ เสก็ด ฝุ่นละออง ที่ผ่านซึ่งความดันประกอบกับแรงโน้มถ่วงจนยุ่งเหยิงไปหมด กระจัดกระจายกลายเป็นดวงดาว กลุ่มดาวต่างๆ หรือแม้กระทั่งเรื่องเล่าจากเทพนิยาย หรือนิยายปรัมปรา เล่าขานบอกต่อกันไปว่าดวงดาวแสนสวยงามได้กำเนิดขึ้นจากจิตอันแตกดับไปของสิ่งมีชีวิตที่ยังรอคอยการกลับมาของใครบางคนอยู่ชั่วกัลปาวสาน ใครบางคนกันนะ…

การรอคอย…ด้วยจิตภักดี มันดูเป็นความเสียสละหรือความเห็นแก่ตัวกันแน่ ดวงดาวบนฟากฟ้าส่องแสงเพียงน้อยนิด กำเนิดเกิดขึ้นมาเพื่อสิ่งใด ดาวบางดวงจะมีแสงรำไรได้ก็ยังต้องอาศัยแสงส่องมาตกกระทบจากดาวอีกดวงเสียด้วยซ้ำ แม้นดาวบางดวงจักมีแสงสว่างในตัวเองบ้างก็ดูเหมือนว่าไร้ประโยชน์เกินไปสำหรับบางสิ่ง หรือใครบางคน แล้วเหตุใดเล่า ใครๆถึงอยากเป็นซึ่ง “ดวงดาว” บนฟากฟ้ากันนักหนา

คงเป็นเพราะว่า…ดวงดาว จะสามารถส่องแสงได้งดงามยิ่งขึ้นหากได้รับซึ่งพลังงานก่อกำเนิดแสงสว่างที่ส่งมาเพื่ออนุเคราะห์ให้เฉิดฉายอยู่บนฟากฟ้าได้อย่างรื่นเริง แม้นหมดสิ้นซึ่งพลังงาน ดวงดาวก็กลับกลายเป็นเพียงฝุ่นผง กลุ่มก้อนก๊าซ ที่ไม่มีใครมองเห็น ถูกละเลยและหลงลืมไปในที่สุด…แล้วเหตุใดนะ…อีกหลายๆคนถึงอยากเป็นเช่นดวงดาว…บนท้องนภายามราตรีกาล

ดวงดาว…จักงดงามได้ด้วยตัวเองบ้างไหมนะ …การยอมสูญเสียซึ่งแสงสว่าง สูญเสียซึ่งเปลือกที่ห่อหุ้มเพื่อให้ดูงดงาม และกลับกลายเป็นเพียงฝุ่นผง เพื่อค้นหาคำตอบ…กับความลับ หรือการท้าทายต่อเสียงเล่าขานว่าดวงดาวไม่มีวันรู้จักพอ เพียงเพราะกลัวที่จะถูกทอดทิ้ง…กลัวที่จะถูกละเลย และกลายเป็นสิ่งไร้ค่า ไม่มีราคาในที่สุด ในเมื่อเกิดเป็นดาวเหนื่อยขนาดนี้ ทำไมเรื่องเล่าขานแต่นานมาถึงมักที่กล่าวไว้ว่าให้จิตแตกดับไปเพื่อที่จะถือกำเนิดเป็นดวงดาว หรือเป็นเพราะความ“ไม่รู้” และก็เพราะความไม่รู้นี่เอง…จึงเป็นต้นกำเนิดของ “ความกลัว” ที่ไม่มีวันสิ้นสุดซึ่งก่อให้เกิดปัญหานานัปประการ ก็เพียงแค่…เรียนรู้…เพื่อที่จะรับรู้และเข้าใจ…เมื่อเข้าใจย่อมปล่อยวาง เมื่อวางลงได้ความเหนื่อยก็คงหายไป…เมื่อไม่เหนื่อยสิ่งมหัศจรรย์ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นก็คือ…พลังงาน…และ…ช่วงแห่งพลังงานนี้ล่ะคือ…แสงแห่งดวงดาวที่รู้จักคำว่าพอ…ดวงดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง แม้นอาจไม่มีใครเหลียวมอง แต่กลับงดงามได้ด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองด้วยแสงสีสวยที่ถักทอมาจากการรู้ตื่นซึ่งตัวตนภายใน 🙂


                         วันนี้อากาศร้อนมากจริงๆ ตื่นมาตอนสายเลยเพราะนอนซะเกือบเช้า แม้ลืมตาตื่นแล้วแต่ก็ไม่อยากลุกขึ้นมาจากเตียง ช่วงนี้ปั่นงานที่กำลังเร่งรีบให้เสร็จภายในอีกไม่กี่วัน แม้เร่งรีบอย่างไรก็ไม่อยากทำแบบขอไปที อยากทำออกมาให้ได้ดีจึงต้องใช้พลังกาย พลังใจบวกเข้าด้วยกันเล่นเอาอ่อนเปรี้ยเพลียแรงไปเหมือนกันแม้ไม่ได้ไปแบกหามอะไรที่ไหนก็ตาม จนได้ยินเสียงคุณสามีเรียกลงไปให้ทานข้าว ด้วยปฏิกิริยาของท้องก็ตัดพ้อว่า…ได้เวลาแล้วนะ จึงลุกขึ้นได้แล้วลงไปทานข้าวมื้อสายในแบบที่ไม่ค่อยรู้สึกว่าอร่อยแต่กินเพื่ออยู่ล่ะน่า หลังจากมื้ออาหารไปแล้ว…เดินมาที่หน้าบ้านมองออกไปนอกหน้าต่าง โอ้…โห แดดเปรี้ยงจริงๆ อากาศร้อนจนขนลุก ในใจนึกอยากดื่มกาแฟปั่นกับน้ำแข็งให้เย็นฉ่ำใจจึงชวนลูกสาวออกไปนั่งที่ร้านกาแฟเล็กๆแถวบ้าน เป็นร้านที่มีบรรยากาศน่ารัก โซฟารับแขกเป็นลวดลายสดใสนุ่มนิ่มน่านั่ง น่านอนเป็นที่สุด ที่สำคัญ…มีหนังสือน่าอ่านอยู่หลายเล่มเชียว และนี่คือเมนูที่สั่งสำหรับสองสาว คาปูชิโน่เฟรปเป้+บลูเบอรี่เฟรปเป้เพิ่มวิปปิ้งครีม ขอบอกว่าทั้งอร่อยและเย็นชุ่มฉ่ำใจ กับแอร์เย็นๆของที่้ร้าน…เอ่อ…ถ้าจะพูดให้ถูกมานั่งรับแอร์ชาวบ้านประหยัดไฟหากต้องเปิดแอร์ที่บ้านตัวเองนั่นเองค่ะคือเหตุผล…อิอิ

ระหว่างดื่มเครื่องดื่มที่ทำให้สดชื่นละมุนละไมจนสาแก่ใจแล้ว เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง หน้าปกไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ประมาณว่าเป็นผู้ชายเข้มแข็งยืนท่ามกลางท้องฟ้าประมาณนี้ มีชื่อว่า

“กล้าที่จะก้าว” ชื่อเรื่องทำให้อยากเปิดเข้าไปอ่าน อ่านแล้วก็รู้สึกเรื่อยๆแต่สบายใจดี เป็นการอ่านความคิด ทัศนคติของคนอีกคนหนึ่ง ที่มองโลกในมุมบวก อ่านแล้วทำให้นึกถึงผู้ใหญ่หลายท่านที่เรารู้จัก ที่เคยให้คำปรึกษา แต่เราก็มักดื้อและแอบเถียงในใจอยู่เป็นประจำ ที่บอกว่าเถียงในใจก็ไม่ได้เพราะอะไรนะคะ แค่เพียงเรารู้สึกว่าเรายังเห็นต่าง และยังมีคำถามค้างคาในใจว่าทำไม…เช่นทำไมต้องคบคนไม่ดี ทำไมบางครั้งต้องทำเรื่องที่ไม่ได้อยากทำ หรือทำไมต้องนิ่งเฉยเมื่อถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า คงเป็นเพราะด้วยวุฒิภาวะ หรืออารมณ์ ณ ขณะหนึ่งทำให้รู้สึก…จริงๆเดี๋ยวนี้ก็เข้าใจอะไรๆต่างๆมากมายที่ผ่านเข้ามาได้เยอะแล้วนะ การเดินทางยิ่งหกล้มบ่อย มีบาดแผลหลายครั้ง เมื่อเดินผ่านมาแล้วก็ไม่อยากที่จะถอยหลังเพื่อต้องไปเจ็บอีก ทีนี้ทำอย่างไรการเดินต่อไปข้างหน้าจะบาดเจ็บน้อยลง คงไม่ได้ให้เราทำตัวตามกระแสจนเกิดความน่าเบื่อ เพียงแต่เดินทีละก้าว ค่อยๆก้าว แบบนี้การเดินทางย่อมมีสติกว่าเดินที่ละหลายๆก้าว หรือกระโดดจ้ำอ้่าวไปเรื่อย มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐอันนี้เรื่องจริง…คนบางคนอาจเลวในสายตาเราแต่เขาก็ประเสริฐสำหรับใครอีกหลายคน บางคนเลวแสนเลวแต่เค้าอาจประเสริฐสำหรับคนเพียงไม่กี่คน แต่ก็ยังขึ้นชื่อว่าประเสริฐ มีเหตุผลรองรับมากมายที่ทุกคนจะกล่าวว่า”ตัวเป็นคนดี” แล้วแบบนี้เราจะเหนื่อยเพื่อไปแบ่งแยกทำไมว่าใครดี ใครเลว สู้เรา…คบได้ทุกคน แต่ไม่คล้อยตามบางเรื่องที่มันแย่ๆคงดีกว่าเป็นไหนๆ

                                เชื่อไหมคะว่า…การทำตัวให้ถูกใจผู้อื่นอยู่เสมอ เป็นการกระทำที่ทำให้ตัวเราเหนื่อยและจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองจนยากที่จะกลับมาได้…มาบริหารจัดการ การเป็นซึ่งตัวเราไม่ให้เหนื่อยและกลมกลืนกับสถานการณ์ ใจเขา ใจเรา กันดีกว่า คนที่รักและรู้สึกชอบพอเราจริงๆทำอย่างไรเขาก็ยังรักและชื่นชม ส่วนคนที่เขาไม่ชอบไม่ถูกใจไปทำให้ตายเขาก็ไม่สนใจ เป็นตัวเราที่ทำแล้วเราไม่ทุกข์นั่นประเสริฐที่สุดแล้ว นี่แหละมั๊งที่มีคำกล่าวว่า “มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ” อาจไม่ได้หมายว่าประเสริฐกับใคร แต่หมายความว่า “ประเสริฐที่รู้เท่าทันตัวเองและเข้าใจในคุณค่าของตัวเองได้ คือการมีปัญญานั่นเอง” สติมา ปัญญาเกิด สมองก็เพริดแพร้วพิไล บนถนนแห่งชีวิตเราต้องออกเดินทางไปทุกวัน สะดุดบ้าง หกล้มบ้าง เป็นเรื่องปรกติ…มีลมหายใจ ก็เดินต่อไป…อย่าลืมยิ้มให้ออกมาจากใจให้ได้ก็แล้วกัน 🙂

เอ่อ…จะว่าไปอาจไม่ตรงกับชื่อเรื่องเท่าไหร่เลยโนะ 5555+

%d bloggers like this: